ประวัติของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

..........             ..........
 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีชื่อเดิมว่า "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และ การเมือง" (มธก.) กำเนิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น) ท่านเห็นว่าการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาขณะนั้น มีจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบ ประชาธิปไตยใน พ.ศ.2475 ประเทศชาติมีความ จำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความรู้ทางกฎหมาย การปกครอง และ สังคม มารับใช้ประเทศชาติโดยด่วน จึงได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.2476 เพื่อเปิดสอนในวิชาแขนง ดังกล่าว

เมื่อพระราชบัญญัติผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้มีพิธีเปิดมหาวิทยาลัย ขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 และมี ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัย สำหรับที่ตั้งมหาวิทยาลัย ครั้งแรกใช้ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิมที่เชิงสะพานผ่านฟ้าภิภพลีลา ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2478 มหาวิทยาลัย ขอซื้อที่ดินบริเวณ ท่าพระจันทร์ ซึ่งเดิมป็นที่ของทหารและปรับปรุงอาคารเดิม พร้อมทั้งสร้าง ตึกโดม เป็นอาคาร หลังแรก จึงกล่าวได้ว่า โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ สำคัญของมหาวิทยาลัย อันแสดงถึงภูมิปัญญา ที่สูงส่งของการจัด การศึกษา ดังเช่นที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย แห่งนี้นิยมเรียกตนเองว่า ลูกแม่โดม ตลอดมา

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 คณะรัฐประหาร ได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ ผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ด้วยเหตุผลทางการเมืองและการปกครองของคณะรัฐประหาร ทำให้มหาวิทยาลัย ได้รับผลกระทบ และถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า "การเมือง" ออก เปลี่ยนเป็น "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ตำแหน่งผู้ประศาสน์การถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นอธิการบดี หลักสูตรการศึกษา ธรรมศาสตรบัณฑิต ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ พ.ศ.2495

ในปี พ.ศ.2518 ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี ท่านเห็นว่าควรที่จะขยายการศึกษาด้าน วิทยาศาสตร์ในชั้นปริญญาตรีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาสังคม เช่นเดียวกับหลักสูตรทางสังคมศาสตร์ที่มีอยู่เดิม แต่พื้นที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางวิชาการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยจึงเจรจาขอใช้ที่ดิน นิคมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 2,400 ไร่ ที่รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขยายออกไปที่รังสิต เรียกว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นอกจากนี้ในเวลาต่อมา ยังขยายไปที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยาด้วย
               
 
วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม "ค่ายฝันเป็นหมอ ขอได้ไหม"
               
เนื่องด้วยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีระบบการเรียนการสอนที่แตกต่างจาก มหา- วิทยาลัยอื่น คือ การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-Based Learning,PBL) และการเรียนรู้โดยใช้ชุมชน เป็นฐาน (Community-Based Learning,CBL) โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning, SDL) ทำให้นักเรียนที่ประสงค์ จะศึกษาต่อประสบปัญหาต่างๆ เนื่องจากไม่ทราบและไม่เข้าใจ ในระบบ การเรียนการสอนมาก่อน ส่งผลให้เกิดความเครียดระหว่างการศึกษา และเกิดผลเสียต่างๆ ตามมา อาทิสูญเสียเงิน เวลา และสิ้นเปลืองทรัพยากรของประเทศ เป็นต้น คณะกรรมการนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ได้เล็งเห็นปัญหาและผลเสียดังกล่าว จึงได้จัดโครงการค่ายฝันเป็นหมอขอได้ไหมขึ้น โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทราบข้อมูลทั่วไป และวิถีชีวิตของนักศึกษาแพทย์ ทั้งในระดับพรีคลินิกและคลินิก การเตรียมตัวในการเข้าศึกษาต่อ ในคณะแพทยศาสตร์ ตลอดจนทราบระบบการเรียนการสอน ของคณะ ได้แก่ PBL , CBL และ SDL เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจ เลือกคณะเพื่อเข้าศึกษาต่อ ในระดับชั้นอุดมศึกษา ที่เหมาะสมต่อตนเอง รวมทั้งเพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาแพทย์ให้รู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาถ่ายทอดความคิด เชิงวิชาการแก่บุคคลทั่วไป ให้เข้าใจได้ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพต่อไป

ช่วงเวลาที่รับสมัคร: เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี
ช่วงเวลาที่จัดค่าย: เดือนธันวาคม
สถานที่: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จำนวนนักเรียนที่รับ: 120 คน
ค่าธรรมเนียม:500 บาท